เรื่องราวของชาวโคราชในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะแตกต่างไปจากนี้มั้ย … 

 

ถ้า … ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรโพธิ์กลางที่อยู่ห่างออกไปเพียง 5.6 กิโลเมตร มีอัตราตอบรับต่อเหตุฉุกเฉินระดับ 1 ในระดับเดียวกันกับตำรวจซานฟรานซิสโก ที่มีอัตราตอบรับ(Response Time) เฉลี่ยอยู่ที่ 5.46 นาที หลังได้รับแจ้งเหตุ …  

 

ถ้า … คลังสรรพาวุธในค่ายทหารใช้ระบบจดจำใบหน้าระยะไกลด้วยแสงอินฟาเรดและฐานข้อมูลใบหน้า(Long-Range Facial Recognition by Combining Infrared Sensors and Face Databases)  แทนที่ระบบแม่กุญแจและเวรยามร้อยปี … 

 

ถ้า … เปลี่ยนจากเครื่องบินเจ็ทตำรวจลำใหม่มูลค่า 1,162 ล้านบาท ไปเป็น เฮลิคอปเตอร์ตำรวจ Robinson R66 (27ล้านบาท/ลำ และใช้ในตำรวจประเทศต่างๆถึงกว่า 40 ประเทศ) จำนวน 43 เครื่อง เพื่อประจำการในกองบินตำรวจ สำหรับใช้ในเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ … 

 

หลากหลายคำถามที่คิดว่าคงไม่ได้รับคำตอบ หรือเป็นคำตอบที่ไม่ควรแม้แต่จะคิดถาม THE MEERKAT จึงอยากพาคุณไปย้อนดูลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับคำถามที่มีมากมายในแต่ละช่วงเวลากัน …

 

ช่วงเวลา 14.30 

 

ผู้ก่อเหตุบุกยิงคู่กรณี ตาย 2 ศพ ในบ้านพักของคู่กรณี พร้อมกับข่าวที่มาของเหตุสังหารว่า เกิดจากการเบี้ยวเงินส่วนต่างของการสร้างบ้านที่มาจากสวัสดิการของกองทัพ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ 4 วัน ทางเจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ก็ได้ออกมายืนยันความโปร่งใสของโครงการบ้านพักสวัสดิการทหาร และชี้แจงว่าไม่มีเงินทอนในโครงการ เพราะเป็นเงินกู้คนละแหล่งกัน ซึ่งสวนทางกับข่าวในการออกมาเปิดเผยมากขึ้นของทหารชั้นผู้น้อยจากหน่วยต่างๆทางโลกออนไลน์

 

ช่วงเวลา 15.00

 

ข่าว … บอกว่าทหารยามหน้าค่ายถูกข่มขู่ให้ส่งปืน HK33 กระบอกแรกให้ผู้ก่อเหตุบริเวณหน้าค่าย ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ระเบียบปฏิบัติ(Protocal) ในการแจ้งเตือนถึงความอันตรายของสถานการณ์ในกรณีนี้เป็นอย่างไร? แค่โทรหาจ่า? หรือถึงขั้นสัญญานเตือนต้องดังทั่วค่าย?

 

ช่วงเวลา 15.30

 

ผู้ก่อเหตุ ได้สังหารทหารยามบริเวณคลังกระสุน และได้ปล้นปืนและกระสุนไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นการปล้นอาวุธในพื้นที่ทางทหารไม่ต่ำกว่าครั้งที่ 5 ในรอบ 16ปี นับตั้งแต่การบุกปล้นปืน 413 กระบอกในกองพันพัฒนาที่ 4 ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในจังหวัดนราธิวาส ที่เชื่อว่าเป็นการปล้นโดยได้รับความช่วยเหลือจากคนภายใน,  การปล้นปืนจากฐานปฏิบัติการอีก 2ครั้งในจังหวัดนราธิวาส, การปล้นอาวุธจากกองพันทหารช่างสนาม 401 ค่ายอภัยบริรักษ์ จังหวัดพัทลุง, การหายของอาวุธในค่ายทหารที่ลพบุรีเมื่อปี 53 หรือแม้แต่การขโมยปืน M16 ของนักเรียนทหาร จากโรงเรียนการบิน ของกองพันทหารอากาศโยธิน ที่กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ก่อให้เกิดคำถามต่อการยกเครื่องการรักษาความปลอดภัยของคลังอาวุธต่างๆในพื้นที่ทางทหารทั่วประเทศ

 

ช่วงเวลา 16.00

 

ผู้ก่อเหตุได้ชิงรถฮัมวีทหาร หลบหนีไปทางด้านหลังค่าย มุ่งหน้าสู่วัดป่าศรัทธารวม ซึ่งด้วยพื้นที่รวม 9,000กว่าไร่ของค่ายสุรธรรมพิทักษ์ คงเป็นคำถามหลังจากเกิดเหตุว่า ด้วยพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ ทำไมถึงไม่สามารถ ปิดล้อม หรือ ปิดค่ายได้ทันเวลาก่อนที่คนร้ายจะออกนอกค่าย?

 

ช่วงเวลา 16.30

 

ผู้ก่อเหตุขับรถฮัมวี ผ่านพระที่อยู่ในวัดป่าศรัทธารวมโดยไม่ได้ทำร้ายอะไร แต่หลังจากนั้นกลับจอดเพื่อตั้งป้อมยิงประชาชนที่ผ่านมาในบริเวณวัดรวมถึงตำรวจที่พยายามมาสกัดจับ เสียชีวิตรวมกันถึง 9ราย ในวันพระใหญ่ที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของประเทศ เหตุใดผู้ก่อเหตุถึงไม่ทำร้ายพระ? แต่กลับไปลงที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์แทน?

 

ช่วงเวลา 17.30

 

คนร้ายได้ขับรถฮัมวีไปตามเส้นทางราชสีมา-โชคชัย มุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครราชสีมา ผ่านถนนสรรพสิทธิ์ และเรือนจำจังหวัดนครราชสีมา แต่ได้เลี้ยวรถฮัมวีขึ้นไปทางถนนมิตรภาพ บริเวณแยกหน้า สภ.เมืองนครราชสีมา มุ่งหน้าสู่ห้าง Terminal21 

เรามีระบบเตือนภัยสินามิ ที่ทำให้ประชาชนสามารถรับแจ้งการเตือนภัยได้ในเวลาไม่เกิน 15นาที เป็นไปได้มั้ยว่าเราจะประยุกต์ระบบเตือนภัยนี้ กับการแจ้งเตือนสาธารณภัยภายในเมืองได้?

 

ช่วงเวลา 18.00

 

ทันทีที่มาถึงหน้าห้างฯ ผู้ก่อเหตุได้จอดรถใกล้ทางเข้าห้าง และลงจากรถมากราดยิงใส่รถบิ๊กไบค์ รถเก๋งฮอนด้า สีขาว และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีกหลายราย พร้อมกับได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขณะก่อเหตุกราดยิงไปด้วย ก่อนจะโดนระงับเพจในที่สุด

 

ช่วงเวลา 18.30 – 09.30 วันรุ่งขึ้น

 

ผู้ก่อเหตุขับรถฮัมวีเข้าไปจอดด้านหลังห้างฯ แล้วใช้ปืนยิง รปภ.เสียชีวิต 2 ศพ และยิงใส่ถังแก๊สขนาด 2,500 กิโล จำนวน 2 ถัง ทำให้แก๊สระเบิดในส่วนด้านหลังของห้างฯ 

หลังจากนั้นก็เข้าไปในห้าง และเป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งในค่ำคืนที่ยาวนานที่สุดของคนไทย … 

เราคงไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดต่อเหตุผลอื่นๆในการกราดยิงประชาชนทั่วไปของผู้ก่อเหตุในครั้งนี้ แต่เราคงยังจำเป็นที่ต้องศึกษาด้านพฤติกรรมศาสตร์ของการการก่อเหตุลักษณะนี้เพื่อใช้ในการป้องกัน และให้ความรู้แก้ประชาชนในอนาคต รวมไปถึงการปรับปรุงแก้ไขด้านต่างๆของหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนรับผิดชอบ ซึ่งหนังสือพิมพ์ Los Angeles Times ได้เคยตีพิมพ์บทความโดยสรุปของเหตุผลของการกราดยิงไว้ 7 ข้อ คือ

 

  1. อัตราส่วนของการครอบครองอาวุธปืน ซึ่งถ้ายิ่งมาก แนวโน้มที่จะเกิดอาชญากรรมก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย โดยในอเมริกามีอัตราการครอบครองปืนต่อประชากร 100คน อยู่ที่ 112.6 กระบอก อัตราการฆาตกรรมโดยอาวุธปืนอยู่ที่ 4.2คน ต่อประชากร 100,000คน, ไทย 15.6กระบอก/100คน และอัตราการฆาตกรรมโดยอาวุธปืนอยู่ที่ 4.8คน/100,000คน ในขณะที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 0.6กระบอก/100คน และอัตราการฆาตกรรมโดยอาวุธปืนอยู่ที่ 0.3คน/100,000คน
  2. การป่วยทางจิตใจ ทั้งจากโรคทางจิตเวช และการรักษาที่มีปัญหาด้วยยาประเภทต่างๆ โดยจำนวนของการเกิดเหตุกราดยิง เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสัมพันธ์กับจำนวนผู้ป่วยทางจิต
  3. ความตั้งใจในการแก้แค้น ทั้งจากการที่โดนกลั่นแกล้งมาช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือจากเหตุที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมต่างๆ
  4. ความผิดหวังต่างๆในชีวิต ซึ่งโดยส่วนใหญ่ มักจะเป็นการโทษสังคมและระบบที่ตัวเองอาศัยอยู่
  5. ต้องการชื่อเสียง ไม่ว่าจะเป็นว่าทำไปเพื่อจะได้ดูเป็นฮีโร่ต่อการกดขี่ทางชนชั้น หรือแค่การต้องการเป็นที่จดจำก่อนตาย
  6. การเลียนแบบเหตุการณ์กราดยิงต่างๆในอดีต
  7. ความหละหลวมและการประมาทเลินเล่อของภาครัฐในงานข่าวกรอง และประเมินผลกลุ่มผู้มีความเสี่ยงในการก่อเหตุ

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้มา ก็เกิดเหตุกราดยิงที่อเมริกาแล้วถึง 28 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 38ราย และบาดเจ็บอีก 112ราย การเรียนรู้จากข้อมูลจริง อาจจะไม่ใช่คำตอบในการแก้สถานการณ์ได้100% แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ในเหตุกราดยิงแต่ละครั้ง ลดความสูญเสียให้วงแคบลงมา

 

หากสถานการณ์เลวร้ายสร้างวีรบุรุษได้ สถานการณ์เลวร้ายก็ควรจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้เช่นกัน รัฐสภานิวซีแลนด์ ได้ผ่านร่างกฏหมายความคุมอาวุธปืนฉบับใหม่ หลังจากเหตุการณ์กราดยิงในมัสยิดที่เมือง Christchurch ด้วยคะแนน 119-1 เพียง 6วันหลังเกิดเหตุ รวมไปถึงนโยบายการซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน ซึ่งสามารถซื้อคืนได้ถึง 56,000 กระบอกภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน 

 

เราไม่รู้ว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องความปลอดภัยด้านต่างๆมากแค่ไหนในประเทศไทยหลังจากนี้ คนไทยหลายคนอาจจะรู้สึกแค่ว่าเราโชคดีที่ไม่โดนกับตัวเอง อีกหลายคนอาจจะโทษสภาพสังคม หรือการถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้มีอำนาจ แต่อีกหลายคนก็ยังคงจับตารอและเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานต่างๆ …แต่ …  

 

ถ้า … การตั้งคณะกรรมการต่างๆเพื่อศึกษากรณีที่เกิดขึ้นไม่พบความผิดปกติใดๆที่ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์กราดยิง … 

ถ้า … ระบบหรือระเบียบต่างๆด้านความปลอดภัย ยังคงเหมือนเดิมในช่วงก่อนจะเกิดเหตุเกือบทุกประการ … 

ถ้า … การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างคือแค่การบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต … 

ถ้า … วินาทีที่เรารู้ว่าไม่มีอะไรเปลี่ยน … มันคือเรื่องเล็ก … ไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป …

 

หรือเรื่องเศร้าของคนไทย จะเป็นได้เพียงแค่เรื่อง “ล้อเล่น” ของชนชั้นปกครองเท่านั้น … 

 

 

THE MEERKAT ขอไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้สูญเสีย ในช่วงครบรอบ 1สัปดาห์ จากเหตุกราดยิงในจังหวัดนครราชสีมา มา ณ ที่นี้ด้วย