ตีสี่ของเช้าวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ที่บ้านหลังหนึ่งย่านบางซื่อ พันเอกพระยาหน่มใหญ่ ที่จบวิชาทหารจากเยอรมัน ผู้ซึ่งภายหลัง ได้กลายมาเป็น นายกรัฐมนตรีคนที่ 2ของประเทศ ได้เขียนจดหมาย สั่งเสียภรรยา ก่อนออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปจุดนัดพบริมทางรถไฟ ถนนประดิพัฒน์ ก่อนรวมตัวกับผู้ก่อการสายทหารบกอีกกว่า 10คน เดินทางพร้อมกันสู่กรมทหารม้าที่1 รักษาพระองค์ สี่แยกเกียกกาย เป้าหมายเพื่อชิงยึดรถเกราะ รถรบ กระสุน และอาวุธยุทโธปกรณ์หนักต่างๆ ที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในรุ่งเช้าของวันดังกล่าว..


..เสี้ยวหนึ่งของเหตุการณ์ครั้งสำคัญของสยามประเทศ ที่ส่งผลในอีกไม่กี่ปีให้หลัง ให้ผู้ร่วมก่อการฯ มีโอกาสได้เป็น นายกรัฐมนตรีถีง 5 คน และจากจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตยแบบไทยๆในวันนั้น..


เราผ่าน..
ผ่านสงครามกลางเมืองแบบย่อมๆ ของฝ่ายผู้ก่อการฯกับฝ่ายนิยมกษัตริย์ ที่ฆ่ากันเป็นผักปลา ตายกันเป็นเบือในทุ่งนา
ผ่านการทิ้งระเบิดจากฝ่ายสัมพันธมิตร ที่ทำให้ส่วนหนึ่งของบางกอก กลายเป็นทะเลเพลิงอยู่ 2 วัน 2 คืน
ผ่านการสวรรคต ที่ยังคงเป็นปริศนาของอดีตกษัตริย์
ผ่านการรัฐประหารที่ล้มเหลว ที่มีการยิงปืนใหญ่จากรถถังใส่กำแพงวัดพระแก้ว
ผ่านการที่ผู้นำสูงสุดของประเทศ ต้องกระโดดลงแม่น้ำเจ้าพระยาจากเรือรบลำใหม่ที่เพิ่งต่อเสร็จ เพื่อหนีการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบฝั่งตัวเอง
ผ่านการที่กษัตริย์ปฏิเสธที่จะเข้าร่วม งานฉลองครบรอบกึ่งพุทธกาล ที่สุดท้ายทำให้คนจัดงานอยู่ไม่ได้
ผ่านคำสั่งประหารชีวิต เพียงเพราะคนเหล่านั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์
ผ่านการเป็นฐานให้เครื่องบินรบกว่า 200,000 เที่ยวบิน เพื่อไปฆ่าคนต่างอุดมการณ์ในประเทศเพื่อนบ้าน
ผ่านการเรียกร้องประชาธิปไตยของนักศึกษา ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในการขับไล่เผด็จการทหาร
ผ่านการสังหารหมู่กลางเมือง ที่คนที่ถูกแขวนคอ เป็นแค่เรื่องตลกราคาถูก
ผ่านการเป็นประชาธิปไตยครึ่งใบ ที่มีผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานเกือบทศวรรษโดยไม่เคยลงเลือกตั้ง
ผ่านยุคที่ดอกเบี้ยเงินฝาก สามารถเอาไปสร้างเนื้อสร้างตัวได้
ผ่านการ “เสียสัตย์เพื่อชาติ” ที่จบลงด้วยความตายของผู้ชุมนุม
ผ่านการลอยตัวค่าเงินบาท ที่เสกให้เศรษฐีกลายเป็นขอทานได้ภายในครึ่งวัน
ผ่านการเลือกตั้งที่ได้พรรคการเมืองพรรคเดียวแต่ถูกเรียกว่าเผด็จการ
ผ่านการกู้ชาติ ที่แกนนำ ได้กระสุน 200กว่านัดเป็นรางวัล
ผ่านการรัฐประหารซ่อนกลิ่น ที่อบอวลไปด้วยกลีบกุหลาบอันแหลมคม
ผ่านการยึดสนามบิน ที่รายได้กว่า 12% ของประเทศ ผ่านช่องทางนี้
ผ่านการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง แบบสายฟ้าแลบมานับไม่ถ้วน
ผ่านการเผาห้างสรรพสินค้าดังกลางเมือง แบบพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเผา
ผ่านการยิงพยาบาลอาสาไส้แตกในวัด แบบพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครผิด
ผ่านการมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ จากการเลือกตั้ง
ผ่านการชัตดาวน์แบงคอก แบบที่ไม่ใช่ชื่อในโปสเตอร์งานคอนเสิร์ต
ผ่านการรัฐประหารในห้องประชุม ที่กาแฟที่เสริ์ฟในห้อง ยังไม่ทันหายร้อน
ผ่านการเลือกตั้ง ที่บัตรเลือกตั้ง สามารถเกิดใหม่ได้ในหีบ
ผ่านการที่ผู้นำ เอาสิ่งที่ตัวเองด่าในประเทศ ไปอวดต่อนานาประเทศได้
และเรากำลังจะผ่านผู้นำที่….


เราผ่านอะไรที่เราไม่รู้มาเยอะกว่าที่เรารู้ เราเลือกที่จะเรียนรู้ปัจจุบันมากกว่าอดีต และเพิกเฉยต่ออนาคตมากกว่าปัจจุบัน จนความตายมาพรากเราจากไป ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์เหล่านี้ บุคคลหนึ่งที่มีส่วนร่วม ที่ทำให้เหตุการณ์เป็นอย่างที่มันเป็น คนๆนั้นคือ “นายกรัฐมนตรี”


วันเวลาที่ผ่านไป คนรุ่นหลังจะเลือกจดจำ ในการกระทำ ผลงาน หรือวีรกรรมของใครแบบไหน เราคงไม่อาจรู้ได้ทั้งหมด แต่อย่างน้อยเกียรติภูมิของนายกรัฐมนตรีของ สยามประเทศไทย ก็คงจะส่งผลให้ท่านเหล่านั้นได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีหลังความตาย ดังเช่นที่ เนลสัน แมนเดล่า เคยกล่าวไว้ว่า ความตายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่เป็นหน้าที่ ต่อชาติและประชาชนอย่างเต็มที่แล้ว เราถึงสามารถไปสู่สุคติได้อย่างแท้จริง


THE MEERKAT จึงอยากชวนคุณจินตนาการไปในปี พ.ศ. 2625 ในการเฉลิมฉลองพระนครครบรอบ 300ปี ในอนาคตที่พวกเขาได้กลับมาถ่ายรูปร่วมกันบนสวรรค์ ข้างหน้ารัฐสภาอันทรงเกียรติ ในประเทศที่ยังคงปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในประเทศที่ไร้ซึ่งความเหลื่อมล้ำและประชาชนอยู่ดีกินดี ในประเทศที่ความอยุติธรรมไม่มีอยู่อีกแล้วในพจนานุกรม