เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วในอากาศสบายๆ ในฤดูใบไม้ผลิ ของสัปดาห์สุดท้าย ของเดือนพฤษภาคม ที่ Charles Leclerc ตื่นจากเตียงนอนของตัวเอง ที่นอนมากว่า 22ปี แล้วไปทำงานที่เขารัก โดยการขี่จักรยาน Stajvelo ชื่อดัง ที่ผลิตโดยลุงของเขา เพื่อเข้าร่วม Monaco Grand Prix ในฐานะนักแข่งรถ Formular One (F1) บนสนามที่เป็นเหมือนสวนหลังบ้านของเขา บนสนามที่เหมือนกับเป็นงานเทศกาลประจำปีของประเทศที่เขาอยู่ บนสนามที่เขายังไม่เคยได้แม้แต่ซักคะแนนเดียวในอาชีพการเป็นนักแข่งรถ … 

Monaco Grand Prix เป็นสนามที่ 6 ของการแข่งรถ F1 ในแต่ละปี และจัดต่อเนื่องมาเป็นครั้งที่ 77 (ปี2019), ด้วยการเป็น City Race แห่งแรกๆของโลก ที่มีทั้งเนินเขาและถนนริมอ่าว ที่มีทั้งส่วนที่ใช้ความเร็วสุงสุดและโค้งที่ใช้ความเร็วต่ำสุด ที่มีทั้งการเหยียบมิดคันเร่ง และเบรคลึกที่สุดภายในระยะไม่ถึง 1 กิโลเมตร ที่มีทั้งความแตกต่างของความสว่างของแดดและความมืดในส่วนนึงของอุโมงค์ ทำให้ Circuit de Monaco เป็นหนึ่งในสนามที่นักแข่ง F1 ยกย่องว่าสำคัญและมีสเน่ห์ที่สุด และยังถูกเปรียบให้เป็นหนึ่งใน Triple Crown of Motorsport ควบคู่ไปกับ Indianapolis 500 และ 24 Hours of Le Mans อีกด้วย

The Meerkat จึงอยากชวนคุณไปสำรวจเส้นทางจุดต่างๆของ Circuit de Monaco (CDM) ที่มีขึ้นและลง เร็วและช้า มืดและสว่าง ไปพร้อมๆกับเส้นทางชีวิตของ Charles Leclerc (CL) ที่เกิดและเติบโตบนถนนที่กลายมาเป็นสนามแข่งรถแห่งนี้

 

0. Start

CDM: จุดสตาร์ทเริ่มจากระยะสปรินท์สั้นๆ จาก 0 จนถึง 170 กิโลเมตร/ชั่วโมง(กม./ชม.) บนถนน Boulevard Albert Ler 

CL: Charles เกิดห่างจากจุดสตาร์ทไปเพียง 700 เมตร 5 เดือนหลังจาก ที่ Michael Schumacher ชนะ Grand Prix ที่นี่ในปี 1997 และเป็นการชนะครั้งแรกในรอบ 16ปี ของ Ferrari อีกด้วย

 

1. Sainte Dévote (เกียร์ 2 / 111กม./ชม.)

CDM: โค้งแรก 90องศา ตั้งตามชื่อโบสถ์เล็กๆตามชื่อนักบุญ Devota ในต้นศตวรรษที่ 4, อยู่ตรงหัวมุม เป็นโบสถ์ที่เจ้าชายแห่ง Monaco ใช้แต่งงาน ถ้ามองจากในทีวีมักมองไม่เห็นตัวโบสถ์ เพราะจะมีแท่งกำบังบังอยู่ตลอดการแข่งขัน

CL: เริ่มขับรถแข่งครั้งแรกตอนอายุ 4 ขวบ และได้เจอกับ Jules Bianchi ลูกชายของเพื่อนพ่อ ที่เป็นเจ้าของสนามโกคาร์ท ซึ่งช่วย Charles ทุกอย่างในการเป็นนักแข่งรถแบบที่เป็นทุกวันนี้ และกลายมาเป็น Godfather ของ Charles ในภายหลัง

 

2. Beau Rivage (เกียร์ 6 / 253กม./ชม.)

CDM: ทางตรงกึ่งโค้ง ไต่ระดับขึ้นเนินเขาพร้อมกับทำความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ บนถนน Avenue d’Ostende

CL: คว้าแชมป์แรกของชีวิตในการแข่งโกคาร์ท รายการ French PACA Championship ตอนอายุ 7 ขวบ ในปี 2005 และหลังจากนั้นอีกในปี 2006 และ 2008

 

3. Massenet (เกียร์ 4 / 158กม./ชม.)

CDM: ตั้งชื่อตามอุปรากรชื่อดังชาวฝรั่งเศส โค้งซ้ายตรงรูปปั้น และ Monaco Opera House

CL: คว้าแชมป์เพิ่มจากรายการ Junior Monaco Kart Cup, CIK-FIA KF3 World Cup, ERDF Junior Kart Masters

 

4. Casino (เกียร์ 3 / 126กม./ชม.)

CDM: โค้งขวา ห่างไม่กี่เมตรผ่านประตูหน้า The Monte Carlo Casino เป็นหนึ่งในอาคารที่ดังที่สุดของเมือง ที่ชาว Monaco ไม่มีสิทธิเข้าไปเล่นการพนัน และเป็นจุดที่สูงสุดของสนาม โดยสูงกว่าจุดที่ต่ำสุด 44เมตร

CL: เกือบจะต้องเลิกแข่ง เพราะพ่อไม่สามารถสนับสนุนทางการเงินได้อีกต่อไป แต่ Jules ก็ช่วยคุยกับ Nicolas Todt ให้รับเข้าสู่สังกัด All Road management ในปี 2011 

 

5. Mirabeau Haute (เกียร์ 1 / 64กม./ชม.)

CDM: โค้งขวาความเร็วต่ำ ผ่านโรงแรมเก่าแก่ Mirabeau ช่วงด้านบน

CL: Jules Bianchi ประสบอุบัติเหตุในการแข่ง F1 ที่ Suzuka, Japanese Grand Prix ในปี 2014 และอยู่ในอาการโคม่า 9เดือนก่อนจะเสียชีวิต กลายเป็นนักแข่งคนล่าสุด ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในสนามแข่ง F1 ต่อจาก Ayrton Senna ในปี 1994

การตายของ Jules ทำให้ Charles เสียใจอย่างหนัก และยังคงระลึกถึงอยู่ทุกวันนี้

 

6. Grand Hotel Hairpin (เกียร์ 1 / 40กม./ชม.)

CDM: โค้ง U-Turn ความเร็วต่ำที่สุดใน F1 ที่นักขับต้องใช้ Full Steering Lock ในการผ่านโค้งนี้ และยังคงเป็นโค้งที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในการแข่งด้วย

CL: ในเดือนมิถุนายน ปี 2017 Herve Leclerc พ่อของ Charles ได้เสียชีวิตลงจากโรครุมเร้าหลายโรค ก่อนที่ Charles จะคว้าแชมป์ F2 Azerbaijan Grand Prix ที่ Baku เพียง 1 วัน

 

7. Mirabeau Bas (เกียร์ 2 / 72กม./ชม.)

CDM: ( โค้งขวาความเร็วต่ำ ผ่านโรงแรมเก่าแก่ Mirabeau อีกครั้ง ช่วงด้านล่าง

CL: เข้าสู่ Ferrari Academy และได้มีโอกาสขับรถ F1 ของ Ferrari ครั้งแรก ในฐานะนักขับ Test Drive กับรถรุ่น SF70H ที่ สนาม Hungaroring ในช่วงกลางฤดูกาล 

 

8. Portier (เกียร์ 2 / 81กม./ชม.)

CDM: โค้งขวาต่อเนื่อง โค้งแรกริมทะเล ที่ๆ Ayrton Senna ชนในปี 1988 ในขณะที่นำอยู่ ทำให้ Alain Prost เพื่อนร่วมทีม เข้าป้ายคว้าแชมป์ไปแทน

CL: คว้าแชมป์ F2 ในปี 2017 จากการชนะถึง 7สนาม และทำลายสถิติต่างๆอีกมากมาย

 

9. Tunnel (เกียร์ 7 / 264กม./ชม.)

CDM: หนึ่งในอุโมงค์สองแห่งใน F1 ที่นักขับจะต้องเผชิญกับ Downforce และ Aerodynamic แบบพิเศษของอุโมงค์ รวมไปถึงการเปลี่ยนของแสงแบบ สว่าง – มืด – สว่าง รวมไปถึงความชื้นของผิวถนนที่แตกต่างระหว่างภายใน – ภายนอกอุโมงค์อีกด้วย

CL: ได้เข้าสู่การแข่ง F1 ในฐานะนักแข่งตัวจริงเป็นครั้งแรก ด้วยสัญญา 1ปี กับทีม Alfa Romeo Sauber F1 ในปี 2018 และ Charles ก็ช่วยให้ทีมคว้าอันดับ 8 พร้อมกับแต้มส่วนตัว 39แต้ม

 

10. – 11. Nouvelle Chicane (เกียร์ 7 / 290กม./ชม.)

CDM: จากส่วนที่ทำความเร็วที่สุดของสนาม สู่ Chicane ซ้าย – ขวา – ซ้าย ที่ต้องเบรกหนักๆ โดยส่วนนี้เพิ่งมีการเพิ่มเข้ามาในสนามในปี 1986

CL: ความฝันเป็นจริงในการย้ายสู่ Scuderia Ferrari สลับที่กับ Kimi Raikkonen ในปี 2019 ด้วยสัญญากว่า 3.5 ล้านเหรียญต่อปี จนถึงปี 2022

 

12. Tabac (เกียร์ 4 / 161กม./ชม.)

CDM: โค้งที่ตั้งชื่อตามแหล่งของร้านขาย Tobacco ตรงหัวมุม และเป็นที่จอดของเรือ Yacht ขนาดใหญ่อีกด้วย 

CL: สร้างสถิติสนามใหม่ที่ Bahrain Grand Prix 2019 และเป็นครั้งแรกในชีวิตนักแข่ง F1 รวมถึงการเป็นนักแข่งอายุน้อยที่สุดของ Ferrari ที่คว้าตำแหน่ง Poll Position แต่รอบแข่งจริงเครื่องดันเสียเมื่อเหลือการแข่งขันอีกเพียง 11รอบ ทำให้ Charles เข้าเส้นชัยแค่ในลำดับที่ 3 และเป็น Podium ครั้งแรกในฐานะนักแข่ง F1 ด้วยเช่นกัน

 

13. Louis Chiron (เกียร์ 6 / 202กม./ชม.)

CDM: Chicane อีกอันของสนามตั้งชื่อตามนักแข่งคนแรกของ Monaco ที่ได้ขึ้นยืนบน Podium ในการแข่งครั้งแรกของ Monaco grand Prix

CL: ชนะการแข่ง F1 ครั้งแรกที่ “SPA” สนามระดับตำนานของ Belgian Grand Prix

 

14. – 15. Piscine (Swimming Pool) (เกียร์ 6 / 207กม./ชม.)

CDM: เป็นกลุ่มของส่วนใหม่ของสนามที่เพิ่มเข้ามาในปี 1997 เพื่อหลบอาคารสระว่ายน้ำ Rainier III Nautical Stadium

CL: ชนะต่อเนื่องอีกครั้งที่ Monza สถามที่ถือเป็นบ้านของ Ferrari ท่ามกลางคนดูกว่า 200,000คน 

 

16. Piscine Chicane (เกียร์ 2 / 95กม./ชม.)

CDM: Chicane สุดท้ายของสนาม ต่อด้วยทางตรงอีกชุดไปทางปลายอ่าว ที่สามารถเร่งความเร็วได้

CL: เลิกกับ Giada Gianni, แฟนที่คบมา 4ปี ด้วยเหตุผลที่ว่า Charles อยากทุ่มเทให้กับการแข่ง Formula One อย่างเต็มตัว แต่สุดท้ายก็มีข่าวไปเดทกับ Charlotte Siné ในเวลาต่อมา

 

17. La Rascasse (เกียร์ 1 / 63กม./ชม.)

CDM: โค้งหักศอก 135องศา ที่ Michael Schumacher เคยชะลอรถอันอื้อฉาว เพื่อแกล้งตัดเวลาในรอบ Qualify ของ Fernado Alonzo ในปี 2006 และยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารอันเก่าแก่แบบชาวประมงร้านโปรดของ Charles อีกด้วย

CL: ชนกันเองกับ Vettel เพื่อนร่วมทีม Ferrari ในรอบที่ 66 ของ Brazilian Grand Prix ในขณะที่อยู่ในอันดับที่ 3กับ4

 

18. Antony Noghes (เกียร์ 1 / 95กม./ชม.)

CDM: โค้งที่ตั้งตามชื่อของผู้ก่อตั้ง Monaco Grand prix และเป็นโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ก่อนที่เสียงของเครื่องยนต์ จะกระหึ่มอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ทางตรง 

CL: จบฤดูกาลแรกกับ Ferrari ด้วย Podium และคว้าที่ 4 ในประเภทนักขับ กับแต้มรวม 264 เหนือกว่า Sebastian Vettel แชมป์โลกสี่สมัยชาวเยอรมันเพื่อนร่วมทีมไปถึง 24 คะแนน

 

การคว้าแชมป์ GP3 Series(Formula 3) ในปี 2016 ต่อด้วยแชมป์ Formula Two(F2) ในปี 2017 รวมถึงการคว้าที่ 4 แค่ในปีที่ 2ของการแข่งใน Formula One(F1) ทำให้สปอตไลท์จากทั่วทุกทิศสาดส่องไปที่ Charles Leclerc ด้วยคำถามที่ไม่ใช่แค่ว่า Charles จะคว้าแชมป์โลกได้มั้ย แต่จะเป็นเมื่อไหร่มากกว่า … 

… ทว่าความจริง หนทางยังอีกยาวไกล ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับเครื่องยนต์ M10 EQ Power, 1.6 L V6 ของ Mercedes หรือกับกฏการแข่งที่เปลี่ยนใหม่และการควบคุม Cost Gap ของแต่ละทีมในปี 2021 หรือกับความสัมพันธ์เชิงแข่งขันที่ง่อนแง่นกับ Vettel เพื่อนรวมทีม รวมไปถึงเรื่องจริงที่ว่า Charles ยังคงไม่เคยแม้กระทั่งจบการแข่งขันที่เมืองเกิดของตัวเอง สิ่งเหล่านี้ ทำให้ Charles ยังคงต้องมีงานให้ทำอีกมาก กว่าที่จะไปถึงเป้าหมายที่ใครหลายคนคาดหวังไว้ 

แต่ … Port Hercule ยังคงแน่นไปด้วย Super Yacht, ร้านอาหารยังคงเสิร์ฟ Barbajuan กับ Fougasse ยอดนิยม, Casino และ Grand Prix ยังคงเป็นสิ่งหลักที่ขับเคลื่อนเมือง, ความสุขของชาว Monegasque ยังคงเหมือนเดิม เพิ่มเติมเพียงความเชื่อที่ว่า Charles Leclerc จะชนะที่ Monaco Gran Prix ในปีถัดไป …

 

#THEMEERKAT #visualjournalism #leclerc #formula1 #f1 #ferrari#monaco #grandprix #เฟอรารี่ #ซิ่ง